อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี มรดกธรรมชาติของโลก

อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี มรดกธรรมชาติของโลกจากยูเนสโก อีกหนึ่งจุดหมายที่ใครๆก็อยากไปสัมผัสให้ได้ซักครั้งในชีวิต

อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ รายล้อมไปด้วยแนวผาหินแกรนิตสูงจรดฟ้าประดับประดาเหนือยอดป่าสนเขียวขจี มีเสียงดนตรีประกอบแห่งธรรมชาติจากสายน้ำที่ไหลรินแทบทั่วผืนป่า เกิดเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตาดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลมาจากทั่วโลก

การใช้รถบัสโดยสารของอุทยานเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการทัวร์หุบเขาแห่งนี้ในระยะเวลาหนึ่งวัน โดยการทัวร์ด้วยรสบัสนั้นคุณจะได้ชมความสวยงามตระการตาจากแทบทุกเสน่ห์ขึ้นชื่อของอุทยานแห่งชาติโยเซมิตีภายในระยะเวลาเพียงแค่สั้นๆเท่านั้น

ผาหิน El Capitan ทำให้นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคนต้องทึ่งกับความอลังการจากน้ำตกขนาดยักษ์แถมประกายสายรุ้งจางๆ แล้วยังสร้างบรรยากาศโรแมนติคๆเหมาะกับคู่รักอย่างที่สุด

หุบเขาแห่งนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติของสหรัฐฯมาตั้งแต่ปี 1915 พื้นที่กว่า 95% ของที่นี่ยังคงไม่ถูกคนเราเข้าไปพัฒนา นักท่องเที่ยวไม่ได้รับอนุญาตให้ทิ้งสิ่งของทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามไว้ในบริเวณอุทยานแห่งนี้ ด้วยความสูงกว่า 800 เมตร ทำให้น้ำตกโยเซมิตีครองสถิติน้ำตกที่มีความสูงมากที่สุดของทวีปอเมริกาเหนือเลยทีเดียว

มีป่าสน, ทะเลสาบ, หุบเขา, ผาสูง, ทุ่งหญ้า, ผืนป่า, แม่น้ำ, และน้ำตกมากมายในอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี แล้วก็ยังมีต้นไม้ขนาดยักษ์ลือชื่อที่วัดอายุได้มากกว่า 1,500 ปี แถมยังมีฐานเป็นโพรงให้คนเดินทะลุผ่านเข้าไปได้ด้วย ระหว่างช่วงหน้าหนาว การใช้รถเคเบิ้ลคาร์จะช่วยให้คุณสามารถชมวิวทิวทัศน์ของหุบเขาโยเซมิตีได้จากมุมสูงที่ริมทะเลสาบ เป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการตั้งแคมป์เป็นอย่างยิ่ง

ต้นไม้ขนาดยักษ์พบเห็นได้มากมายในหุบเขาแห่งนี้ แถมพอถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทั้งผืนป่าก็จะถูกประดับประดาไปด้วยใบไม้สีทองในช่วงวันหยุดยาวสิ้นปี บรรดานักท่องเที่ยวต่างเห่กันเข้าคิวเพื่อชมความสวยงามของหน้าผาแกรนิตอันลือชื่อของหุบเขาแห่งนี้การตั้งแคมป์ในอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของการพักผ่อนที่น่าสนใจไม่น้อย ช่วงเวลาที่น่าไปอุทยานแห่งชาติโยเซมิตีที่สุดก็คือตอนฤดูใบไม้ผลิที่ทั้งผืนป่ากำลังผลิใบไม้ชุดใหม่

โดมหินแกรนิต แห่งอุทยานแห่งชาติโยเซมิตตี

อุทยานแห่งชาติโยเซมิตตี สถานที่ที่เหล่านักท่องเที่ยวจะได้ยลโฉมความงามของธรรมชาติกันแล้ว ที่นี่ยังกิจกรรมสนุก สุดระทึก กับ ไต่เขา โดมหินแกรนิต ที่เรียกว่า “เสียว” ไม่แพ้สถานที่ใดๆ ในโลกกันเลยทีเดียว

อุทยานแห่งชาติโยเซมิตตี (Yosemite National Park) ซึ่งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา อุทยานแห่งนี้เนื้อพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 3,081 ตร.กม. กว้างจรดถึงดินแดนทะเลทรายเนวาดา อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกาที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเฉลี่ย 3 ล้านคนต่อปี และได้เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2527 (ค.ศ. 1984) โยเซมิตตีเป็นที่รู้จักในชื่อของหน้าผาหินแกรนิต ยอดเขาโดมครึ่งซีก (Half dome) น้ำตกขนาดใหญ่หลายแห่ง และพื้นที่ประมาณ 89 เปอร์เซ็นต์ ของอุทยานเป็นป่าที่มีสัตว์อาศัยอยู่

หุบเขาโยเซมิตีได้รับการค้นพบโดยนักธรรมชาติวิทยา John Muir ในปี 1868 หลังจากที่เดินเท้าสำรวจธรรมชาติไปเรื่อยจากรัฐเคนตั๊กกี้ ในปี 1867 เมื่อเขาได้พบหุบโยเซมิตี เขาได้นิยามสถานที่แห่งนี้ว่า “ไม่มีวิหารใดที่สร้างจากน้ำมือมนุษย์จะสวยงามเท่า Yosemite หินทุกก้อนล้วนฉาบด้วยชีวิต” ด้วยความรักธรรมชาติในสายเลือด เขาผลักดันให้สถานที่แห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติ และเป็นผลสำเร็จสถานที่แห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของโลก ต่อจากอุทยานแห่งชาติ Yellowstone ที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาเช่นกัน

ยอดเขาโดมครึ่งซีก นี่เอง ที่มีกิจกรรมสุดระทึก ให้นักท่องเที่ยวได้ท้าความกล้ากัน กับกิจกรรมไต่เขาขึ้นไปบนโดมหินแกรนิตแท้ๆ ในระดับความสูงกว่า 1,444 เมตร ซึ่งอดีตในปี 1957 โรแยล ร็อบบินส์ ชาวแคลิฟอร์เนียกับเพื่อนร่วมทีม ใช้เวลาถึง 5 วัน ในการปีนฮาล์ฟโดมได้เป็นครั้งแรก โดยใช้ลิ่มเหล็กตอกเข้าไปในเนื้อหินเพื่อร้อยเชือกรั้งตัวแล้วค่อยๆ ไต่ขึ้นไปถึงยอดเขาจนเป็นผลสำเร็จ ต่อมาจึงมีนักพิชิตยอดเขามากมายไปท้าทายความกล้าที่ฮาล์ฟโดมลูกนี้ ทั้งในแนวโค้งซึ่งเป็นส่วนครึ่งวงกลม หรือแนวตั้งซึ่งเป็นส่วนที่ดูเหมือนโดนผ่าครึ่ง แต่ทว่าการปีนในแนวตั้งนั้นค่อนข้างจะอันตรายมาก มีผู้เสียชีวิตจากการปีนในลักษณะอยู่จำนวนหนึ่ง

แต่ว่าในปัจจุบันนี้การเดินทางขึ้นยอดเขาฮาล์ฟโดม ไม่ต้องใช้เวลามากอย่างในอดีตแล้ว เพราะมีการขึงสายเคเบิ้ลเป็นทางเดิน พร้อมวางที่พักเท้าให้เป็นขั้นบันได ให้นักท่องเที่ยวค่อยๆ ไต่ ค่อยๆ เกาะ เพื่อพาตัวเองให้ไปถึงยอดเขา แต่ถึงกระนั้นก็ยังเหนื่อยหอบอยู่ดี เพราะฉะนั้นหากจะไปพิชิตยอดนี้จริงๆ ฟิตร่างกายเตรียมพร้อมไว้ก่อนเลยล่ะ ถ้านักท่องเที่ยวสามารถพิชิตขึ้นไปบนยอดเขาแล้ว จะมีพื้นที่ราบให้นักท่องเที่ยวสามารถพักเหนื่อยได้ พร้อมกับมีวิวทิวทัศน์สวยๆ ที่มองได้ 360 องศารอบอุทยานฯ ให้หายเหนื่อยถือเป็นรางวัลตอบแทนความพยายาม รวมไปถึงความกล้าของเหล่านักท่องเที่ยวอีกด้วย

เยลโลว์ สโตน เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของอเมริกาและแห่งแรกของโลก

เยลโลว์ สโตน เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของอเมริกาและแห่งแรกของโลกด้วย มีพื้นที่ทั้งหมดอยู่บนที่ราบสูงบนเทือกเขาร็อคกี้ มีเนื้อที่มากกว่า 2 ล้านเอเคอร์ คือประมาณ 43,750 ตารางไมล์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีบ่อน้ำร้อน น้ำพุร้อนมากกว่า 10,000 แห่ง และ 250 แห่งเป็นบ่อน้ำพุร้อน นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่น่าสนใจมากมายเช่น หมีกริซซี่ หมีดำ ควายป่าไบซัน กวางมูส กวางเอลค์ แพะภูเขา บิ๊กฮอร์น แมวปา รวมถึงนกชนิดต่าง ๆ อีกมากกว่า 250 ชนิด

ดินแดนแห่งนี้มีอายุมากกว่า 600,000 ปี เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทิ้งร่องรอยของหินละลายที่พุ่งผ่านผิวโลกขึ้นมาเย็นตัว เกิดเป็นภูเขาสูง ที่ราบและหุบเหวที่สวยงาม ที่ราบที่เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยาน มีความกว้างกว่า 50 ไมล์ หรือ 80 กิโลเมตร มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 7,000 ฟุต หรือ 1 ไมล์ครึ่ง จุดที่ต่ำที่สุด คือ 5,300 ฟุต จะอยู่ทางด้านเหนือของอุทยาน และจุดที่สูงที่สุดจะอยู่ที่ยอดเขาอีเกิ้ล สูงถึง 11,300 ฟุต บนที่ราบสูงจะมีแม่น้ำเยลโลว์ สโตนไหลผ่านลงสู่ทะเลสานเยลโลว์ สโตน ที่อยู่เกือบกึ่งกลางเขตอุทยานหลังยุคน้ำแข็งละลายคือ กว่า 8,500 ปีที่ผ่านมา ป่าในอุทยานแห่งชาติ เยลโลว์ สโตนได้เริ่มเกิดขึ้น ผู้ที่เคยพบเคยผ่านมาในอดีตก็คือ พวกอินเดียนแดง ต่อมาก็มีคนผิวขาวได้เคยเดินทางผ่านบ้าง ต่างก็เล่าขานบอกกล่าวถึงป่าใหญ่ที่อุดมไปด้วยบ่อน้ำร้อนและบ่อน้ำพุร้อน รวมถึงบ่อโคลนเดือด

เยลโลว์ สโตนเริ่มมาเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้นเมื่อนักสำรวจชาวอเมริกันชื่อ จอห์น โคลเทอร์ (John Colter) ได้เดินทางมาถึงในปี ค.ศ.1807 โคลเทอร์ได้พยายามผลักดันให้ชาวอเมริกันและชาวโลกได้รู้จักกับดินแดนภูเขาสูงแห่งนี้ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1872 ดินแดนแถบนี้ในชื่อของ Colter’s Hill จึงได้รับการยอมรับจากรัฐบาลอเมริกัน ให้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของชาวอเมริกา และถือได้ว่าเป็นอุทยานแห่งแรกของโลกด้วยอุทยานแห่งชาติเยลโลว์ สโตนมีเนื้อที่ทั้งหมดอยู่ในด้านตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐไวโอมิ่ง อาณาเขตด้านเหนือติดเขตแดนรัฐมอนทาน่า และด้านตะวันตกติดขอบแดนรัฐไอดาโฮ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสู่อุทยานได้ถึง 4 ทาง คือ ด้านตะวันตกจากไอดาโฮ ด้านเหนือจากมอนทาน่า ส่วนทางด้านใต้และด้านตะวันออกก็อยู่ในไวโอมิ่ง ในบริเวณอุทยานมีถนนหนทางยาวรวมแล้วกว่า 500 กิโลเมตร ถนนส่วนใหญ่จะเปิดให้รถใช้ราว ๆ เดือนพฤษภาคม ถึงต้นเดือนพฤศจิกายน หลังจากนั้นจะห้ามรถผ่าน อนุญาตให้เฉพาะพาหนะที่ใช้สำหรับฟื้นหิมะและน้ำแข็ง เช่น รถสโนว์โค้ช สโนวโมบิล สกี และเลื่อนน้ำแข็ง เป็นต้น

แหล่งมรดกโลก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย และได้รับสมญานามว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน ตลอดจนเป็นที่ยอมรับทั่วไปว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่สำคัญของโลก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ประกอบด้วย เทือกเขาสลับซับซ้อนกัน ได้แก่ เขาร่ม ซึ่งเป็นยอดเขาสูง 1,351 เมตรจากระดับน้ำทะเล รองลงมาได้แก่ เขาแหลม 1,326 เมตร , เขาเขียว 1,292 เมตร , เขาสามยอด 1,142 เมตร และเขาฟ้าผ่า 1,078 เมตร ด้านทิศเหนือและตะวันออกพื้นที่จะลาดลง ทิศใต้และตะวันตกเป็นที่สูงชัน อันเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่สำคัญ 5 สาย

เขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย

มีอาณาเขตรอบคลุม 11 อำเภอ ของ 4 จังหวัด เป็นป่าผืนใหญ่ตั้งอยู่ในเทือกเขาพนมดงรัก ในส่วนหนึ่งของดงพญาเย็นหรือดงพญาไฟในอดีตประกอบด้วยขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนหลายลูก เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำนครนายกและแม่น้ำมูล อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้างป่า กวางป่า เก้ง กระทิง เสือ ตลอดจนมีลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงามมีเนื้อที่ 1,353,471.53 ไร่ หรือ 2,165.55 ตารางกิโลเมตร

ด้วยสภาพป่าที่รกทึบและได้รับอิทธิพลจากมรสุม ทำให้เกิดฝนตกชุกตามฤดูกาล อากาศไม่ร้อนจัดและหนาวจัดจนเกินไปจัดอยู่ในประเภทเย็นสบายตลอดทั้งปีเหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวและประกอบกิจกรรมนันทนาการชนิดต่างๆ อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 23 C ฤดูร้อน แม้ว่าอากาศจะร้อนอบอ้าวกว่าในที่อื่นแต่ที่เขาสูงบนเขาใหญ่อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน เล่นน้ำในลำธาร และนำอาหารไปรับประทาน ฤดูฝนเป็นช่วงหนึ่งที่สภาพบนเขาใหญ่ชุ่มฉ่ำ ป่าไม้ ทุ่งหญ้าเขียวขจีสดสวย น้ำตกทุกแห่งไหลแรงส่งเสียงดังก้องป่าให้ชีวิตชีวาแก่ผู้ไปเยือน แม้การเดินทางจะลำบากกว่าปกติแต่จำนวนนักท่องเที่ยวก็ไม่ลดน้อยลงเลย ฤดูหนาวในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ เป็นฤดูที่นิยมไปเขาใหญ่มากที่สุด ท้องฟ้าสีครามแจ่มใสตัดกับสีเขียวขจีของป่าไม้

แหล่งมรดกโลกเขาใหญ่ ดงพญาเย็นนั้นเป็นผืนป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง โดยมีสภาพป่าแบบต่างๆตั้งแต่ ป่าดงดิบ ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นแหล่งที่มีชนิดพันธุ์ของพืช และสัตว์ที่ไม่สามารถพบได้ที่อื่นเป็นจำนวนมาก โดยในจำนวนพืชราว 15,000 ชนิดที่พบในประเทศไทย สามารถพบในแหล่งมรดกโลกนี้ถึง 2,500 ชนิด มีพืชเฉพาะผืนป่านี้ถึง 16 ชนิด มีสัตว์ป่ากว่า 800 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 112 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำกว่า 209 ชนิด นกกว่า 392 ชนิด และเงือก 4 ชนิด ใน 6 ชนิดที่พบในประเทศไทย

อุทยานแห่งชาติ คิงส์แคนยอน หนึ่งในหุบเขาที่ลึกที่สุดในสหรัฐอเมริกา

อุทยานแห่งชาติ คิงส์แคนยอนเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงและน่ามาเยือนมากแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของเฟรสโนเคาน์ตี้กับทูลาเรเคาน์ตี้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของสหรัฐอเมริกาติดมหาสมุทรแปซิฟิกมีลักษณะภูมิประเทศที่สวยงาม ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขาเซียร์ราเนวาดามีพื้นที่ประมาณ 461,901 เอเคอร์ มีจุดเด่นอยู่ที่ หุบเขาแม่น้ำกษัตริย์หรือ หุบเขาคิงส์ริเวอร์ ในปัจจุบันพบว่าคิงส์แคนยอนได้กลายเป็นหนึ่งในหุบเขาที่ลึกที่สุดในสหรัฐอเมริกาโดยมีความลึกประมาณ 8,200 ฟุต

สำหรับกิจกรรมที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอุทยานแห่งชาติ คิงส์แคนยอน นั้นส่วนใหญ่จะเน้นเป็นกิจกรรมการเดินป่าชมธรรมชาติ ที่มีทั้งระยะสั้นและไกล กิจกรรมขี่ม้าที่ได้รับความนิยม เพราะนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับวิวทิวทัศน์อันงดงามและจะปิดท้ายด้วยการตั้งแคมป์ทามกลางธรรมชาติในค่ำคืนและยังมีจุดท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดอีกหลายจุดประกอบไปด้วย ซีดาร์ โกรฟ แอเรีย อยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำกษัตริย์เป็นจุดที่มีภูมิประเทศคล้ายๆกับหุบเขา โยเซมิติ นอกจากนี้ยังมีน้ำตกคิงส์แคนยอนซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนได้เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วง และยังมีถ้ำบอยเดน ซึ่งเป็นถ้ำใต้ดินขนาดยักษ์ที่มีความหลากหลายทางธรณีวิทยามีหินงอกหินย้อยที่เป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวถ้ำ

การเตรียมตัวก่อนไปเดินป่าปีนเขาจะต้องเตรียมตัวดังนี้
1ต้องเรียนรู้ในเรื่องของการแคมปิ้ง
2.การเลือกสถานที่ที่ต้องการไป
3.เรียนรู้การอ่านแผนที่ การใช้เข็มทิศและ GPS อย่างแม่นยำ
4.การเตรียมน้ำดื่มซึ่งเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก
5.เตรียมรองเท้าที่ซัพพอร์ตเท้าและถุงเท้าที่ให้ความรู้สึกสบายเท้า
6.เลือกเสื้อผ้าที่คล่องตัวสวมใส่สบายง่ายต่อการถอดออก
7.เตรียมอาหารระหว่างทาง
8.เครื่องมือปฐมพยาบาล เป็นอีกอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญที่ต้องพกติดตัวไปด้วย
9.ต้องเตรียมไฟฉายและแบตเตอรี่เสริม

นอกจากจะเตรียมสิ่งของต่างๆเหล่านี้เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับการเดินทางแล้ว ควรจะเตรียมตัวเองโดยการออกกำลังกาย เตรียมกำลังขาให้พร้อมก่อนการเดินทางอีกด้วย เพราะจะช่วยให้การท่องเที่ยวนั้นเป็นการท่องที่สนุกมากขึ้น