เลือกซื้อตู้เซฟที่มีคุณภาพดี ช่วยให้ปราศจากความกังวล

หากคุณกำลังมีของสำคัญ คุณย่อมต้องรักและหวงแหน ถ้าเป็นเงิน เป็นเพชร เป็นทองคุณก็เอาไปฝากธนาคารตามประสาคนมีตังค์ แต่อย่างน้อยก็ต้องมีติดบ้านเผื่อไว้ใช้ยามจำเป็น ฉุกเฉินกันอยู่บ้างใช่ไหมค่ะ วิธีเดียวที่คุณจะเก็บของสำคัญได้ก็คือ เก็บไว้ในตู้เซฟ แต่การจะเลือกตู้เซฟเป็นสิ่งสำคัญมากๆๆๆๆ เลยละค่ะ ดังนั้นเราควรจะต้องมีหลักการและวิธีการที่จะเลือกซื้อตู้เซฟที่เหมาะสมและคู่ควรกับการเก็บสิ่งของมีค่าของคุณ

การเก็บรักษาพาสปอร์ต สูติบัตร โฉนด การ์ด เงินสด และกุญแจต่างๆ ในตู้เซฟทำให้เราสามารถหาสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ง่ายดายขึ้น ซึ่งป้องกันการโจรกรรมได้สำหรับคุณที่มีความกังวลเกี่ยวกับโจรที่ขโมย ตู้เซฟสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการเก็บรักษาความเป็นส่วนตัวของคุณให้กับคุณตลอดไป ปราศจากความกังวลและสนุกสนานไปกับการใช้ชีวิตได้ ทั้งนี้ตู้เซฟยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับเก็บรักษาสิ่งที่ทรงคุณค่าทางจิตใจ (ไดอารี่ จดหมายเก่าๆ เครื่องประดับทรงคุณค่า) และเป็นที่ซ่อนที่วิเศษสุดสำหรับสิ่งต่างๆ ที่มีคุณค่าจนไม่สามารถประเมินค่าได้ เช่น งานที่คุณทำในช่วงหลายเดือนนี้ที่เก็บในคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของคุณ

หากคุณต้องการเลือกซื้อตู้เซฟควรมีหลักการพิจารณาดังนี้ค่ะ

  1. ต้องทราบวัตถุประสงค์ในการใช้งานสินค้าก่อน ว่าจะนำไปเก็บสิ่งใด เนื่องจากสินค้าประเภทตู้เซฟนั้นมีอยู่หลากหลายแบบ เช่น เก็บรักษาทรัพย์สินมีค่า เก็บรักษาเอกสาร เก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  2. ต้องทราบว่าจะเก็บทรัพย์สินมากน้อยแค่ไหน เหตุที่ต้องคำนึงเนื่องจากตู้เซฟในหลายๆรุ่นจะมีขนาดภายในต่างๆกัน มีชั้นวางของต่างๆกัน ในบางครั้งหากสั่งซื้อไปแล้วเกิดขนาดเล็กไปอาจจะไม่ได้ผิดเผื่อรองรับทรัพย์สินในอนาคตอาจจะทำให้ท่านเสียค่าใช้จ่ายในการจัดหาตู้เซฟใบใหม่อีกก็สิ้นเปลืองอีกค่ะ
  3. ต้องทราบตำแหน่งในการวางสินค้าภายในสถานที่ที่ต้องการใช้งานด้วย ตู้เซฟยี่ห้อบางยี่ห้อมีจุดเด่นในเรื่องของน้ำหนักที่เยอะ หากไม่ได้ปรึกษาทางทีมงานฝ่ายขายก่อนสั่งซื้อท่านอาจจะนำตู้เซฟไปวางไว้บนชั้นต่างๆที่ต้องการไม่ได้ อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงโครงสร้างของอาคารที่จะวางตู้เซฟ หรือคำนึงถึงวิธีการนำเซฟขึ้นไป หากเป็นลิฟท์ก็ต้องมีการปรึกษาผู้รับผิดชอบลิฟท์ก่อน

 

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 2

อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ ลำดับที่ 2 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.13 ตารางกิโลเมตร หรือกว่า 217,576.25 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึงประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร หรือกว่า 37,500 ไร่

ภูกระดึงมีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400 – 1,200 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร สภาพทั่วไปของภูกระดึงประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด พันธุ์สัตว์ป่านานาพันธุ์ อาทิ ช้างป่า และกวง หน้าผา ทุ่งหญ้า ลำธาร และน้ำตก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพองซึ่งเป็นลำน้ำสายสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเข้าไปท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง สามารถติดต่อสอบถาม หรือสำรองการเข้าไปใช้บริการล่วงหน้า ทั้งที่พักประเภทเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติและพื้นที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเองตามแผนผังจุดพักแรม ก่อนเดินทาง ได้โดยตรง ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง โทรศัพท์หมายเลข 0-4281-0833 และหมายเลข 0-4281-0834 (ในเวลาราชการ)

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 1

จุดชมวิวที่ผู้พิชิตหลายท่านต้องไปชมก็มีอยู่หลายจุดด้วยกัน  อาทิ ผาหล่มสัก ผาที่งดงามและเป็นที่นิยมมาทุกยุคทุกสมัย เป็นจุดชมตะวันลับขอบฟ้าที่สวยงาม เป็นผาหินแผ่นมหึมา ยื่นออกไป และมีต้นสนภูเขาขึ้นเคียงข้าง แผ่กิ่งก้านประกอบฉากได่อย่างงดงาม นักท่องเที่ยว นิยมมาถ่ายภาพ บนผาหล่มสักกลับไป เป็นที่ระลึก

อีกสิ่งหนึ่งที่ใครไปถึงภูกระดึงแล้วอยากจะเห็นก็คือ ใบเมเปิลสีแดงสดสีฉูดฉาดอวดสายตาคนมาที่เยือน   สำหรับบนภูกระดึง สามารถเดินไปดูใบเมเปิลเปลี่ยนสีได้ตามเส้นน้ำตก ตั้งแต่น้ำตกเพ็ญพบใหม่ ไปจนถึงจุดยอดฮิตคือน้ำตกถ้ำใหญ่

10 สถานที่มรดกโลก ที่สวยที่สุดในโลก

%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%9b-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%87-300x160

หลากหลายสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในไทย และต่างประเทศที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แต่ละสถานที่ล้วนมีเรื่องราว ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และความงดงามทางศิลปะ ที่แฝงถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ความเป็นมาของแต่ละพื้นที่ค่ะ

เราจะพามาดู 20 สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดที่ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มาดูกันว่า เคยไปเที่ยวที่ไหนกันมาบ้าง ?

  1. นครวัด (Angkor) ประเทศกัมพูชา

นครวัด เป็นศาสนสถานสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 เป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบัน และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชาที่หลายคนทั่วโลกต่างรู้จักเป็นอย่างดี

นครวัดยังเป็น 1 ใน 10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน อีกด้วย ซึ่งที่นี่อยู่ห่างจากเมืองเสียมราฐเพียง 20 นาทีเท่านั้น นักท่องเที่ยวจะแห่กันไปเพื่อชมสถาปัตยกรรมขอมโบราณนี้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงที่มีอากาศดี อุณหภูมิจะอยู่ที่ 25-30 องศาเท่านั้น จะช่วงอื่นจะร้อนมากจนแทบตัวละลาย

  1. อะโครโพลิส (Acropolis) ประเทศกรีซ

อะโครโพลิส คือ ป้อมปราการที่อยู่บนเทือกเขาสูง ซึ่งมีอยู่หลายจุดในประเทศกรีซ อะโครโพลิสที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ อะโครโพลิสแห่งเอเธนส์ ซึ่งมีวิหารสามแห่ง คือ วิหารพาร์เทนอน (Parthenon) วิหารอิเรกเทียม (Erechtheum) และมีโรงละครอีกสองแห่งคือ โรงละครเฮโรเดส อัตติกัส (Theatre of Atticus) และโรงละครไดอะไนซัส (Theatre of Dionysus)

ที่นี่ถือได้ว่า เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญของโลกเลยก็ว่าได้ เป็น อารยธรรมโบราณ ซึ่งสถานที่ที่ยังมีสิ่งก่อสร้างซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรือง และความรู้ความสามารถของคนในยุคก่อน ความท้าทายในการเที่ยวชมที่นี่เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวหลายคนถวิลหา เพราะจะต้องเลาะไปตามทางเดินที่อยู่ตรงแนวเนินเขาที่ทั้งสูง และชัน

  1. พุกาม (Bagan) ประเทศเมียนมาร์

พุกาม เป็นอาณาจักรแห่งแรกในประวัติศาสตร์เมียนมาร์ ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตมัณฑะเลย์ เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 ที่ยังคงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งทะเลเจดีย์ หรือ ดินแดนแห่งเจดีย์สี่พันองค์ เพราะในสมัยรุ่งเรืองเคยมีเจดีย์มากมายถึง 4,446 องค์ ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 2,217 องค์เท่านั้น แต่ก็ยังถือว่าเป็นศาสนสถานที่อลังการอยู่ดี

 

เจดีย์แห่งแรกของพุกามคือ เจดีย์ชเวสิกอง สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรพุกาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในประเทศเมียนมาร์ นอกจากนี้พุกาม ยังเป็น 1 ใน 100 สถานที่สวยที่สุดในโลก อีกด้วย

  1. หมู่เกาะกาลาปาโกส (Galápagos Islands) ประเทศเอกวาดอร์

หมู่เกาะกาลาปาโกส เป็นหมู่เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิก หมู่เกาะนี้เกิดจากการสะสมตัวของลาวาจากภูเขาไฟ เมื่อ 7-9 ล้านปีมาแล้ว และยังมีภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ เกาะแห่งนี้เป็นบ้านของสัตว์กว่า 9,000 สปีชี่ส์ ซึ่ง 75% ของสัตว์ทั้งหมดนี้สามารถพบได้ที่นี่ที่เดียวในโลก ทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวเกาะนี้ค่อนข้างเข้มงวด นักท่องเที่ยวที่จะไปที่นี่จึงควรต้องมีจิตสำนึกมากๆ ในการเดินทางและท่องเที่ยว

  1. อุทยานแห่งชาติเกอเรเม, คัปปาโดเกีย (Göreme National Park and the Rock Sites of Cappadocia) ประเทศตุรกี

เกอเรเม และหินทรงประหลาดในบริเวณ คัปปาโดเกีย ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศตุรกี เป็นพื้นที่พิเศษเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟ ฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว ด้วยลักษณะที่มีรูพรุนเข้าไปในภูเขาทำให้มีคนหัวใสย้ายเข้าไปตั้งถิ่นฐานเป็นบ้านถ้ำมาหลายศตวรรษ และที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮอตในตุรกีเรื่อยมา แถมยังเป็น 1 ใน 100 สถานที่สวยที่สุดในโลก อีกด้วย

  1. เกรต แบร์ริเออร์ รีฟ (Great Barrier Reef) ประเทศออสเตรเลีย

เกรต แบร์ริเออร์ รีฟ เป็นแนวปะการังที่ยาวที่สุดในโลก ซึ่งมีความยาวกว่า 2,000 กิโลเมตร อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย หรือตอนใต้ของทะเลคอรัล มีสิ่งชีวิตมากมาย ทั้งปะการังชนิดอ่อน และชนิดแข็ง สีสวยกว่า 350 ชนิด ตลอดจนปลา และสิ่งมีชีวิตในทะเลที่ต่างๆ อีกกว่า 1,500 ชนิด แต่น่าเสียดายที่สวรรค์ของนักประดาน้ำนี้ กลายเป็น ที่เที่ยวต้องไป ก่อนที่จะหายไปจากแผนที่โลก ซะแล้ว เพราะ ภาวะโลกร้อนขึ้นส่งผลทำให้ความเป็นกรดของน้ำทะเลสูงขึ้น และด้วยพายุไซโคลนที่ถล่มอยู่เป็นประจำ จึงคาดว่า 60% ของปะการังที่นี่จะเผชิญกับปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว

  1. ฮัมปิ (Hampi) ประเทศอินเดีย

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อพูดถึงอินเดีย ใครๆ จะต้องนึกถึง ทัชมาฮาล ที่มีชื่อเสียงที่สุดมรดกโลก แต่นักท่องเที่ยวไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรู้จัก ฮัมปิ เมืองที่เคยเป็นอาณาเขตของอาณาจักรวิจายานะกา หรือ วิชัยนคร และยังเป็นเมืองหลวงสุดท้ายของอาณาจักรฮินดู แน่นอนว่าที่นี่เต็มไปด้วยวัด และพระราชวังวังที่สร้างด้วยศิลปะแบบดราวิเดียน

  1. น้ำตกอีกวาซู (Iguazu National Park) ประเทศบราซิล และอาร์เจนติน่า

น้ำตกอีกวาซู นี้ตั้งอยู่บริเวณรอยต่อพรมแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศอาร์เจนติน่า เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ และขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย โดยใหญ่กว่าน้ำตกไนแอการาประมาณ 30 เท่า เป็นน้ำตกขนาดใหญ่เป็นแนวยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุต ประกอบด้วยน้ำตกน้อยใหญ่อีก 275 แห่งด้วยกัน ซึ่ง บริเวณรอบๆ น้ำตกนั้นจะเกิดละอองน้ำอยู่ตลอดเวลาและมีเสียงดังไปไกลกว่า 24 กิโลเมตร

  1. อุทยานแห่งชาติลอส กลาเซียเรส (Los Glaciares National Park) ประเทศอาร์เจนติน่า

อุทยานแห่งชาติลอส กลาเซียเรส เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองซานตาครูซ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในประเทศอาร์เจนตินา พื้นที่ส่วนใหญ่มักถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งกว่า 30% ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกยุคน้ำแข็งเลยทีเดียว กิจกรรมท่องเที่ยวหลักๆ ที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวนั้นคือ  การปีนเขา และเดินป่าภูเขาฟิทซ์รอย (Monte Fitz Roy) และภูเขาเซอโร ตอร์เร (Cerro Torre) ขาแอดเวนเจอร์แห่ไปพิชิตยอดเขากันมากมาย

  1. มาชูปิกชู (Machu Picchu) ประเทศเปรู

มาชูปิกชู หรือนิยมเรียกอีกชื่อว่า เมืองสาบสูญแห่งอินคา ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงถึง 2,350 เมตรในประเทศเปรู เมืองนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งแต่ละด้านเป็นผาชันแลดูน่าหวาดเสียว ที่นี่เป็นมรดกที่แสดงให้เห็นถึงอารยะธรรมของชนชาติอินคาที่สาบสูญไปนานแล้ว และไม่มีใครค้นพบจนกระทั่งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 หลังจากจักรวรรดินี้ล่มสลายไปแล้วถึง 400 ปี ที่นี่จึงกลายเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ยุคใหม่

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวในเปรูสามารถเดินทางจากเมืองคุซโกไปยังนครมาชู ปิกชูโดยทางรถไฟ และรถโดยสารประจำทางเป็นระยะทาง 96 กม.ได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเรือ หนาวสุดในแดนสยาม

IMG_9122อุทยานแห่งชาติภูเรือมีลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนประกอบด้วย เขาหินทรายเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นเป็นหินแกรนิตสลับกันไป ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้มีที่ราบสูงสลับกับยอดเขาสูงทั่วไป มียอดเขาสูงที่สุดคือ ยอดภูเรือ มีความสูงถึง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยังมียอดเขาที่สำคัญ คือ ยอดเขาภูสัน มีความสูง 1,035 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และยอดภูกุ มีความสูง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลักษณะเช่นนี้เองจึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญก่อให้เกิดลำธารหลายสาย เช่น ห้วยน้ำด่าน ห้วยบง ห้วยเถียงนา ห้วยทรายขาว ห้วยติ้ว และห้วยไผ่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกห้วยไผ่ที่สวยงามแห่งหนึ่ง

เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 16 ของประเทศไทย มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ ส่วนสาเหตุที่ภูเขาลูกนี้มีชื่อเรียกว่าภูเรือก็เพราะตัวภูเขามีลักษณะโดดเด่นเป็นชะโงกผายื่นออกมา รูปร่างคล้ายเรือสำเภาลำใหญ่ บริเวณพื้นที่ราบบนยอดภูเรือเปรียบเสมือนท้องเรือ ถ้าหากเราขึ้นไปที่บริเวณยอดภูเรือ ณ จุดที่มีความสูงที่สุด คือ 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเล เราจะสามารถชมทัศนียภาพได้โดยรอบ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางขึ้นยอดภูเรือกันแต่เช้าเพื่อให้ทันชมแสงแรกของวัน พร้อมกับสัมผัสอากาศหนาวจับใจที่มีทะเลหมอกลอยในหุบเขาสลับซับซ้อนอยู่เบื้องล่าง จากการที่อุทยานแห่งชาติภูเรือประกอบไปด้วยยอดเขาสูง จึงทำให้มีอุณหภูมิเฉลี่ย 22.5 องศาเซลเซียสและหนาวเย็นตลอดทั้งปี

ภูเรือมีสภาพป่าหลายชนิดปะปนกันอย่างสวยงามทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ ป่าสนเขา โดยเฉพาะ ยอดภูเรือ ประกอบด้วยป่าสนเขาสลับกับสวนหินธรรมชาติแซมด้วยพุ่มไม้เตี้ย สลับด้วยทุ่งหญ้าเป็นระยะที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ กุหลาบป่า มอส เฟิน และกล้วยไม้ที่สวยงาม เช่น ม้าวิ่ง สามปอย ไอยเรศ เอื้องคำ เอื้องผึ้ง เอื้องเงิน ซึ่งขึ้นตามต้นไม้และโขดหิน กล้วยไม้เหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งให้ชมสลับกันไปตลอดทั้งปี นอกจากนี้ป่าภูเรือยังมีสัตว์ป่าที่ชุกชุมพอสมควรที่พบบ่อย เช่น หมี เก้ง กวางป่า หมูป่า หมาไน ลิง พญากระรอกดำ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ป่า และชุกชุมไปด้วยกระต่ายป่า เต่าเดือย เต่าปูลูและนกชนิดต่างๆที่สวยงามอีกมากมาย โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะอพยพมาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก

ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

cpb
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยเขย่งและป่าเขาช้างเผือกในเขตท้องที่อำเภอททองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ป่าที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ มีเนื้อที่ ประมาณ 700,000 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน แนวเขาวางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี ความสูงของพื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100-1,249 เมตร มีเขาช้างเผือกซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของพื้นที่ มียอดเขาสูงสุด 1,249 เมตรจากระดับน้ำทะเลยอดเขาที่สำคัญฯ ได้แก่ เขาช้างเผือก เขานิซา เขาพุถ่อง เขาด่าง เขาปากประตู เขาเลาะโล เขาประหนองโทคี เขาชะโลง ฯลฯ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของลำห้วยต่างๆ เช่น ห้วยมาลัย ห้วยกบ ห้วยซ่าน ห้วยองค์พระ ห้วยปีคี ห้วยปากคอก ห้วยเจ็ดมิตร ฯลฯ

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของแนวเทือกเขาทางภาคตะวันตกส่วนที่ติดเขตแดนพม่า รวมทั้งเปิดให้ได้เข้าพักเพื่อได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เป็นการปลูกจิตสำนึกให้นักท่องเที่ยวรักและหวงแหนในความเป็นธรรมชาติ และช่วยกันรักษาให้ดำรงสืบไปถึงลูกหลาน ซึ่งบริเวณพื้นที่ในเขตชายแดนพม่าแถบนี้ทางกรมป่าไม้เสนอให้ได้รับการคุ้มครอง อนุรักษ์ป่าไว้ ให้เชื่อมต่อกับผืนป่าส่วนอื่นๆให้เป็นป่าผืนใหญ่ผืนเดียวกัน เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ และแหล่งทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยและการเจริญพันธุ์ของพืชและสัตว์ป่า และการพิจารณานี้ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติขึ้น เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 114 ของประเทศไทย

อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 60 กิโลเมตร ไปตามทางหลวง 3272 มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายจุด สำหรับจุดชมวิวทิวทัศน์มี 2 แห่ง คือ ดอยต่องปะแล ซึ่งต้องจอดรถและเดินขึ้นเขาไปประมาณ 300 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นน้ำตกจ๊อกกะดิ่นอยู่ไม่ไกล ส่วนเนินกูดดอยสามารถนำรถขึ้นไปจอดได้ เป็นจุดชมวิวทิวเขาซับซ้อนสุดสายตา มองเห็นทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์และเขาช้างเผือกภูเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทางคือ น้ำตกจ๊อกกะดิ่น น้ำตกผาแป น้ำตกเจ็ดมิตร ต้องติดต่อว่าจ้างเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทาง น้ำตกเหล่านี้อยู่ในเขตตำบลปิล๊อก ซึ่งเดิมเป็นเหมืองแร่ดีบุก วุลแฟรม ตั้งอยู่พรมแดนไทย-พม่า อุดมด้วยป่าดิบปกคลุมด้วยหมอกเกือบตลอดทั้งปี ซึ่งต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ การเดินทางแม้ว่าเส้นทางจะลาดยางแต่เป็นทางขึ้นเขาและมีโค้งหักศอกอยู่มากจึงต้องขับอย่างระมัดระวัง