ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเรือ หนาวสุดในแดนสยาม

IMG_9122อุทยานแห่งชาติภูเรือมีลักษณะภูมิประเทศเป็นทิวเขาสูงสลับซับซ้อนประกอบด้วย เขาหินทรายเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนั้นเป็นหินแกรนิตสลับกันไป ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้มีที่ราบสูงสลับกับยอดเขาสูงทั่วไป มียอดเขาสูงที่สุดคือ ยอดภูเรือ มีความสูงถึง 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ยังมียอดเขาที่สำคัญ คือ ยอดเขาภูสัน มีความสูง 1,035 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และยอดภูกุ มีความสูง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ลักษณะเช่นนี้เองจึงเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญก่อให้เกิดลำธารหลายสาย เช่น ห้วยน้ำด่าน ห้วยบง ห้วยเถียงนา ห้วยทรายขาว ห้วยติ้ว และห้วยไผ่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของน้ำตกห้วยไผ่ที่สวยงามแห่งหนึ่ง

เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 16 ของประเทศไทย มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ ส่วนสาเหตุที่ภูเขาลูกนี้มีชื่อเรียกว่าภูเรือก็เพราะตัวภูเขามีลักษณะโดดเด่นเป็นชะโงกผายื่นออกมา รูปร่างคล้ายเรือสำเภาลำใหญ่ บริเวณพื้นที่ราบบนยอดภูเรือเปรียบเสมือนท้องเรือ ถ้าหากเราขึ้นไปที่บริเวณยอดภูเรือ ณ จุดที่มีความสูงที่สุด คือ 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเล เราจะสามารถชมทัศนียภาพได้โดยรอบ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางขึ้นยอดภูเรือกันแต่เช้าเพื่อให้ทันชมแสงแรกของวัน พร้อมกับสัมผัสอากาศหนาวจับใจที่มีทะเลหมอกลอยในหุบเขาสลับซับซ้อนอยู่เบื้องล่าง จากการที่อุทยานแห่งชาติภูเรือประกอบไปด้วยยอดเขาสูง จึงทำให้มีอุณหภูมิเฉลี่ย 22.5 องศาเซลเซียสและหนาวเย็นตลอดทั้งปี

ภูเรือมีสภาพป่าหลายชนิดปะปนกันอย่างสวยงามทั้งป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ ป่าสนเขา โดยเฉพาะ ยอดภูเรือ ประกอบด้วยป่าสนเขาสลับกับสวนหินธรรมชาติแซมด้วยพุ่มไม้เตี้ย สลับด้วยทุ่งหญ้าเป็นระยะที่พบโดยทั่วไป ได้แก่ กุหลาบป่า มอส เฟิน และกล้วยไม้ที่สวยงาม เช่น ม้าวิ่ง สามปอย ไอยเรศ เอื้องคำ เอื้องผึ้ง เอื้องเงิน ซึ่งขึ้นตามต้นไม้และโขดหิน กล้วยไม้เหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งให้ชมสลับกันไปตลอดทั้งปี นอกจากนี้ป่าภูเรือยังมีสัตว์ป่าที่ชุกชุมพอสมควรที่พบบ่อย เช่น หมี เก้ง กวางป่า หมูป่า หมาไน ลิง พญากระรอกดำ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ป่า และชุกชุมไปด้วยกระต่ายป่า เต่าเดือย เต่าปูลูและนกชนิดต่างๆที่สวยงามอีกมากมาย โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะอพยพมาจากประเทศจีนเป็นจำนวนมาก

ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

cpb
อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยเขย่งและป่าเขาช้างเผือกในเขตท้องที่อำเภอททองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ป่าที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ มีเนื้อที่ ประมาณ 700,000 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน แนวเขาวางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาตะนาวศรี ความสูงของพื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100-1,249 เมตร มีเขาช้างเผือกซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของพื้นที่ มียอดเขาสูงสุด 1,249 เมตรจากระดับน้ำทะเลยอดเขาที่สำคัญฯ ได้แก่ เขาช้างเผือก เขานิซา เขาพุถ่อง เขาด่าง เขาปากประตู เขาเลาะโล เขาประหนองโทคี เขาชะโลง ฯลฯ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของลำห้วยต่างๆ เช่น ห้วยมาลัย ห้วยกบ ห้วยซ่าน ห้วยองค์พระ ห้วยปีคี ห้วยปากคอก ห้วยเจ็ดมิตร ฯลฯ

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของแนวเทือกเขาทางภาคตะวันตกส่วนที่ติดเขตแดนพม่า รวมทั้งเปิดให้ได้เข้าพักเพื่อได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด เป็นการปลูกจิตสำนึกให้นักท่องเที่ยวรักและหวงแหนในความเป็นธรรมชาติ และช่วยกันรักษาให้ดำรงสืบไปถึงลูกหลาน ซึ่งบริเวณพื้นที่ในเขตชายแดนพม่าแถบนี้ทางกรมป่าไม้เสนอให้ได้รับการคุ้มครอง อนุรักษ์ป่าไว้ ให้เชื่อมต่อกับผืนป่าส่วนอื่นๆให้เป็นป่าผืนใหญ่ผืนเดียวกัน เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ และแหล่งทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยและการเจริญพันธุ์ของพืชและสัตว์ป่า และการพิจารณานี้ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติขึ้น เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 114 ของประเทศไทย

อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิอยู่ห่างจากอำเภอทองผาภูมิไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 60 กิโลเมตร ไปตามทางหลวง 3272 มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายจุด สำหรับจุดชมวิวทิวทัศน์มี 2 แห่ง คือ ดอยต่องปะแล ซึ่งต้องจอดรถและเดินขึ้นเขาไปประมาณ 300 เมตร เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม มองเห็นน้ำตกจ๊อกกะดิ่นอยู่ไม่ไกล ส่วนเนินกูดดอยสามารถนำรถขึ้นไปจอดได้ เป็นจุดชมวิวทิวเขาซับซ้อนสุดสายตา มองเห็นทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์และเขาช้างเผือกภูเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 3 เส้นทางคือ น้ำตกจ๊อกกะดิ่น น้ำตกผาแป น้ำตกเจ็ดมิตร ต้องติดต่อว่าจ้างเจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทาง น้ำตกเหล่านี้อยู่ในเขตตำบลปิล๊อก ซึ่งเดิมเป็นเหมืองแร่ดีบุก วุลแฟรม ตั้งอยู่พรมแดนไทย-พม่า อุดมด้วยป่าดิบปกคลุมด้วยหมอกเกือบตลอดทั้งปี ซึ่งต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ การเดินทางแม้ว่าเส้นทางจะลาดยางแต่เป็นทางขึ้นเขาและมีโค้งหักศอกอยู่มากจึงต้องขับอย่างระมัดระวัง

อุทยานแห่งชาติเอราวัณแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของภาคกลาง

e0b899e0b989e0b8b3e0b895e0b881e0b980e0b8ade0b8a3e0b8b2e0b8a7e0b8b1e0b893-31อุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอเมือง อำเภอศรีสวัสดิ์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี น้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศด้วยอาณาเขตอันกว้างขวางประกอบไปด้วยภูเขาสูง หน้าผา น้ำตก ถ้ำ และทิวทัศน์ที่งดงามตามธรรมชาติ ทั้งการคมนาคมที่สะดวกทำให้อุทยานฯ เอราวัณเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นอันมาก มีลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาสูงชันอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 165-996 เมตร สลับกับพื้นที่ราบโดยภูเขาส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินปูนในแถบตะวันออกของพื้นที่จะยกตัวสูงขึ้นเป็นแนวโดยเฉพาะบริเวณใกล้น้ำตกเอราวัณจะมีลักษณะเป็นหน้าผา ในพื้นที่ซีกตะวันออกนี้จะมีลำห้วยที่สำคัญคือ ห้วยม่องไล่ และห้วยอมตะลา ซึ่งไหลมาบรรจบกันกลายมาเป็นน้ำตกเอราวัณ ทางตอนเหนือของพื้นที่มีห้วยสะแดะและห้วยหนองมน โดยห้วยสะแดะจะระบายน้ำลงสู่เขื่อนศรีนครินทร์ ส่วนห้วยหนองมนไหลไปรวมกับห้วยไทรโยค ก่อให้เกิดน้ำตกไทรโยค ส่วนทางทิศใต้เป็นต้นกำเนิดของลำห้วยหลายสาย

สภาพภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติเอราวัณแบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม และฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือช่วยพัดพาให้เกิดฝน แต่เนื่องจากพื้นที่อยู่ในเขตเงาฝนทำให้มีปริมาณฝนตกไม่มากนัก และอากาศค่อนข้างร้อน ลักษณะอากาศดังกล่าวจึงไม่เป็นปัญหาต่อการเที่ยวชม ทำให้สามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดู
สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเบญจพรรณ จากการสำรวจแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าในเขตพื้นที่อุทยานฯ แบ่งออกได้เป็น 5 ประเภท คือ สัตว์ป่าเลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก นกชนิดต่างๆ และสัตว์น้ำอื่นๆ รวมทั้งปลานานาชนิดที่สำคัญ และมักจะพบเห็น ได้แก่ ช้างป่า เสือ เลียงผา อีเก้ง กวางป่า หมูป่า ชะนี ปูกาญจนบุรี เป็นต้น

อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติภาคกลาง จากการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ครั้งที่ 6 ประจำปี 2549 มีการบริการเทียบเท่าระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นรถกอล์ฟสำหรับผู้สูงอายุและคนพิการที่ประสงค์จะเข้าชมน้ำตก ซึ่งอยู่ห่างจากที่จอดรถถึงน้ำตกชั้นแรกประมาณ 700 เมตร ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ คนไทยผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ต่างชาติผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 200 บาท อัตราค่าบริการสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยลด 50 เปอร์เซ็นต์ วันจันทร์-วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม-31 ธันวาคม 2558 ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 25 บาท ในบริเวณอุทยานฯ มีบ้านพักและสถานที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย

klengkrajandam03_1423031411
เขื่อนแก่งกระจาน เป็นชื่ออุทยานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

มีการขยายพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่เขตจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกอาเซียนด้วยเช่นกัน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี และมีลักษณะเด่นทางธรรมชาติที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผาที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ 1,821,687.84 ไร่ หรือ 2,914.70 ตารางกิโลเมตร

แก่งกระจาน เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน คือ ยอดเขางะงันนิกยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตร รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบออกมาทางซ้ายมือเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งดูนก ดูผีเสื้อ และสัตว์ป่านานาชนิด จึงมีนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ

เนื่องจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรีซึ่งเชื่อมต่อกับเทือกเขาภูเก็ตของภาคใต้และตอนเหนือเข้าไปในประเทศพม่า สัตว์ป่าจากประเทศอินเดียและพม่าจะแพร่กระจายลงมาทางทิศตะวันตกของประเทศลงมาถึงบริเวณนี้ และพวกสัตว์ป่าจากประเทศมาเลเซียก็จะแพร่กระจายขึ้นมาตามเทือกเขาภูเก็ตมาถึงบริเวณนี้เช่นเดียวกัน

ทำให้อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นแหล่งชุมนุมของสัตว์ป่าทั้งจากทิศเหนือและทิศใต้ ชนิดของสัตว์ป่าที่สำคัญได้แก่ ช้างป่า หมีหมา หมาไน หมาจิ้งจอก เสือดาว เสือโคร่ง เลียงผา สมเสร็จ วัวแดง กวางป่า เก้งหม้อ ชะนีมือขาว ลิงเสน นกกระสาคอขาว เหยี่ยวปลาใหญ่หัวเทา นกเค้าหน้าผากขาว กบทูด ปาดยักษ์ เต่าหก จิ้งเหลนภูเขาสีจาง เป็นต้น นอกจากนี้ในบริเวณลำธารและอ่างเก็บน้ำ สำรวจพบปลาน้ำจืดอาศัยอยู่หลายชนิด เช่น ปลานางอ้าว ปลาซิวใบไผ่ ปลาขี้ยอก ปลากระสูบขีด ปลากดเหลือง ปลาดุกด้าน ปลากระทุงเหว ปลาหมอช้างเหยียบ ปละกระสง และปลากระทิง ฯลฯ

อุทยานแห่งชาติโซรัคซานความงดงามของธรรมชาติที่ใบไม้เต็มไปด้วยสีสันต่างๆ นานา

3

ในบรรยากาศเย็นสบายของช่วงหน้าหนาว เพลิดเพลินไปกับการชมสีสันของใบไม้ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการไปเที่ยวตามภูเขา ความงดงามของธรรมชาติที่ใบไม้เต็มไปด้วยสีสันต่างๆ นานา สำหรับใครที่ชื่นชอบการเที่ยวแบบนี้ขอนำเสนอพาคุณไปรู้จักกับ “อุทยานแห่งชาติโซรัคซาน”อุทยานแห่งชาติโซรัคซาน หรือ สวิสเซอร์แลนด์ของเกาหลี เป็นอุทยานแห่งชาติขนาดใหญ่มีเนื้อที่ ถึง 354 ตารางกิโลเมตร จัดได้ว่าเป็นแนวเขาที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีซึ่งประกอบด้วย โอซอรัก เนซอรัก และนัมซอรักเทือกเขาแนวนอกแนวใน และแนวใต้ มีหุบเขาที่มีดอกไม้บานสะพรั่งทั้งฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้เปลี่ยนสีหุบเขาแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นสีแดงสีทองทั่วทั้งหุบเขา การเดินทางไปยังอุทยานนั้นต้องนั่งกระเช้าไฟฟ้า สู่จุดชมวิวของอุทยานแห่งชาติเขาโซรัค ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาสี่ฤดู และสวิสเซอร์แลนด์ของเกาหลี เขาโซรัคตั้งอยู่ใจกลางภูเขาแทแบคซึ่งทอดยาวไปถึงเขาคึมคัง ของประเทศเกาหลีเหนือ มีเทือกเขา ป่าไม้ หุบเขา สายน้ำ ทะเลสาบ หินรูปร่างต่างๆ ที่สวยงามซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติที่หาดูธรรมชาติที่หาดูได้ยากยิ่ง ตามรอยตำนานที่เล่าขานของจุดกำเนิดเพลงอารีรัง ภูเขาโซรัคซานมีความงามเฉพาะตัวตลอดปีอยู่แล้ว แต่ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะเป็นช่วงที่งดงามที่สุด นักท่องเที่ยวจะชอบเดินทางกันในช่วงนี้ เพื่อชมความงามของใบไม้สีต่างๆ ประมาณเดือนตุลาคม ทั่วทั้งบริเวณใบไม้จะกลายเป็นสีแดงและสีเหลือง

ทำไมเค้าต้องสร้างอนุสาวรีย์หมีไว้ด้วยเหตุเพราะตำนานความเชื่อของชาวเกาหลี ตามตำนานได้เล่าเอาไว้ว่า ในอดีตมีเทพผู้ปกครองอยู่บนสวรรค์นามว่า ฮวานอิน (Hwan-in) มีโอรสนามว่า ฮวานอุง (Hwan-ung) เทพฮวานอุงนั้น มีความปรารถนาที่จะเสด็จมาที่โลกมนุษย์ ซึ่งพระบิดาก็ได้อนุญาต โดยได้นำไพร่พลมากว่า 3,000 องค์ ขณะนั้นมีเสือและหมีอยู่คู่หนึ่ง มีความต้องการอย่างยิ่งที่จะเป็นมนุษย์ จึงได้สวดภาวนาขอให้ตนได้เป็นมนุษย์ต่อเทพทุกองค์ จนกระทั่งได้มาขอต่อเทพฮวานอุง พระองค์ได้สัมผัสถึงความปราถนาอันแรงกล้าของหมีและเสือ จึงได้ประทานผักโขม และ กระเทียมแก่สัตว์ทั้งสอง พร้อมทั้งสั่งให้สัตว์ทั้งสองจำศีลอยู่ในถ้ำเป็นเวลา 100 วัน หากทำสำเร็จสัตว์ทั้งสองก็จะสมปราถนา หมีและเสือดีใจเป็นอย่างมากพร้อมรับคำและเข้าไปจำศีล ปรากฎว่าผ่านไปได้แค่ 3 วัน เสือก็หมดความอดทนเลิกล้มความตั้งใจไป แต่หมีมีความอดทนมากกว่า พออยู่ในถ้ำได้ถึง 21 วันก็กลายร่างเป็นหญิงงามมีชื่อว่า อุง-นยอ (Ung-nyeo) ต่อมา อุง-นยอ อยากมีบุตรแต่ไม่มีชายจะแต่งงานด้วย จึงได้ไปสวดอ้อนวรต่อฮวานอุงอีกครั้ง เทพฮวานอุงสงสารและเห็นว่าเป็นหญิงที่มีรูปร่างงดงามยิ่งนัก จึงแปลงกลายเป็นมนุษย์แล้วมาแต่งงานกับอุง-นยอเสียเอง จึงได้กำเนิดบุตรชายชื่อ ทันกุนวันกอม (Dangun Wanggeom) จนต่อมา ทันกุนวันกอม ได้เป็นผู้สถาปนาอาณาจักรโคโชซอนขึ้น (Gojoseon) ซึ่งถือว่าเป็นอาณาจักรเริ่มแรกของเกาหลีนั่นเอง ดังนั้น ชาวเกาหลีจึงเชื่อว่า หมีเป็นต้นกำเนิดของพวกเค้า และได้สร้างอนุสาวรีย์หมีไว้ที่ โซรัคซานแห่งนี้